ตอน 1
บทที่ 1 : ระบบเช็คอิน กับร้านค้าหนึ่งแห่ง
“เสี่ยวฮ่าว แตงกวาดองกับหัวไชเท้ากรอบที่แม่ส่งไปให้คราวที่แล้วกินหมดหรือยังลูก?”
“ยังเลยครับแม่ คราวที่แล้วแม่ส่งมาเยอะมาก”
“งั้นเหรอ เมื่อวานแม่เลยส่งไปให้อีกนิดหน่อยน่ะ ถ้าลูกกินไม่ทันก็แบ่งให้เพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนฝูงบ้างนะ เห็นลูกเคยบอกว่าพวกเขาชอบกันไม่ใช่เหรอ?”
“ได้ครับ... แต่ว่าคราวหน้าถ้าแม่จะส่งอะไรมาอีก รบกวนบอกผมล่วงหน้าสักหน่อยนะแม่”
“จ้า แม่จะจำไว้นะ ไม่มีอะไรแล้วล่ะ แค่โทรมาบอกเฉยๆ วันนี้ลูกต้องไปทำงานไม่ใช่เหรอ? รีบไปเถอะ เดี๋ยวจะสายเอา...”
“...”
ภายในห้องเช่าแคบๆ หลังได้รับโทรศัพท์จากแม่ ‘หลี่ชุนหลาน’ ที่ตัดสายไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รอให้เขาได้พูดอะไรมาก ‘หลินฮ่าว’ ทอดสายตามองไปยังขวดแตงกวาดองและหัวไชเท้ากรอบที่วางกองอยู่ตรงมุมห้อง ซึ่งยังเหลืออยู่เกินครึ่งค่อนขวดด้วยความรู้สึกจนใจ
ของที่ส่งมาจากบ้านชุดก่อนยังกินไม่ทันหมด แม่ก็จัดชุดใหม่มาให้อีก หลินฮ่าวถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว แม้เขาจะชอบกินของดองฝีมือแม่มาตั้งแต่เด็ก และในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศทันสมัยแห่งนี้ การได้ลิ้มรสชาติอาหารบ้านเกิดจะเป็นเรื่องน่าเพลิดเพลินเพียงใด แต่มันก็ยากที่จะรับมือกับความกระตือรือร้นของแม่
หลินฮ่าวสงสัยว่าแตงกวาดองพวกนี้แทบจะเป็นสต็อกทั้งหมดที่บ้านเขามีอยู่แล้วกระมัง
ทว่าต่อให้กินไม่หมด เขาก็ไม่อาจปฏิเสธ เพราะรู้ดีว่านี่คือความปรารถนาดีจากแม่ บางทีสำหรับแม่ที่อาศัยอยู่ในชนบทห่างไกล นี่อาจเป็นไม่กี่เรื่องที่ท่านมีความสุขและให้ความสำคัญ
หลังเรียนจบมาได้ปีกว่า หลินฮ่าวไม่ใช่เด็กหนุ่มที่ไร้เดียงสาคนเดิมอีกต่อไป ความยากลำบากที่พบเจอในการใช้ชีวิตและการทำงานทำให้เขาเข้าใจความเหนื่อยยากและความห่วงใยที่พ่อแม่มอบให้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้ดียิ่งขึ้น
ในตอนนี้สิ่งที่เขาทำได้มีไม่มากนัก นอกจากแบ่งเงินเดือนอันน้อยนิดส่งกลับไปที่บ้าน และหมั่นถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ แม้จะเป็นเพียงประโยคทักทายสั้นๆ ในโทรศัพท์ที่ทำให้พ่อแม่ยิ้มได้ก็นับว่าเพียงพอแล้ว
หลินฮ่าววางโทรศัพท์ลง นั่งเหม่อมองขวดของดองตรงมุมห้องอยู่ครู่ใหญ่กว่าจะได้สติ เขาจำเรื่องที่แม่เตือนเรื่องงานได้ แต่ความจริงคือวันนี้เขาไม่มีแผนจะไปทำงานที่ไหนทั้งนั้น... เพราะเขาเพิ่งตกงานมาเมื่อไม่กี่วันก่อน
เขาไม่ได้บอกเรื่องนี้กับทางบ้านเพราะไม่อยากให้พวกท่านเป็นห่วง คนที่จากบ้านมาไกลมักเลือกจะบอกแต่ข่าวดีและปิดบังข่าวร้าย ซึ่งหลินฮ่าวเองก็ไม่ต่างกัน
ช่วงนี้เขายังคงอยู่ในสภาวะว่างงาน ทุกๆ วันหมดไปกับการยื่นใบสมัครและไปสัมภาษณ์งาน แต่น่าเสียดายที่ผลลัพธ์มักไม่เป็นใจ ไม่ใช่ว่าเขาเรื่องมาก แต่ด้วยวุฒิการศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วไป ประสบการณ์ทำงานก็ไม่ได้โดดเด่น อีกทั้งยังเสียเปรียบเด็กจบใหม่ ในเมือง ‘เจียงไห่’ ที่มีการแข่งขันสูงลิ่วเช่นนี้ การหางานที่มีสวัสดิการพอรับได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
บอกว่าไม่ร้อนใจคงเป็นเรื่องโกหก แต่เขาก็ไม่อยากคว้างานที่ไม่เหมาะสมเพียงเพราะความรีบร้อน
หลินฮ่าวลุกขึ้นจากเตียง สวมเสื้อผ้าแล้วหยิบแล็ปท็อปมือสองที่อยู่กับเขามาหลายปีออกมา กดปุ่มเปิดเครื่อง พัดลมระบายอากาศภายในเริ่มหมุนส่งเสียงหึ่งๆ แล็ปท็อปเครื่องนี้เก่ามาก ความเร็วในการบูตเครื่องนั้นเชื่องช้าเหลือเกิน แต่เขาก็ชินเสียแล้ว ตอนที่ซื้อมาจากตลาดมือสองในราคาไม่ถึงหนึ่งพันหยวนได้ขนาดนี้ก็นับว่าอึดถึกทนเกินคาดแล้ว
ในระหว่างที่รอเครื่องเปิด หลินฮ่าวหยิบแก้วน้ำบีบยาสีฟันเพื่อจะแปรงฟัน
“ตรวจพบโฮสต์ กำลังผูกมัดระบบ...”
“ผูกมัดสำเร็จ!”
“ต้องการทำภารกิจเช็คอินหรือไม่?” ในขณะที่หลินฮ่าวกำลังแปรงฟัน ข้อมูลเหล่านี้ก็ปรากฏขึ้นในหัวโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
“เช็คอิน?” หลินฮ่าวคิดว่าตัวเองคงหูฝาดหรือตาฝาดไป จึงสะบัดหัวเบาๆ แล้วพึมพำกับตัวเอง
“ยินดีด้วย โฮสต์เช็คอินสำเร็จ รับรางวัลร้านค้า 1 แห่ง”
“เนื่องจากเป็นการเช็คอินครั้งแรกของโฮสต์ รางวัลได้ถูกส่งมอบสู่โลกความเป็นจริงแล้ว โปรดตรวจสอบ”
ข้อความอีกสองชุดปรากฏขึ้นในหัวจนหลินฮ่าวถึงกับสะดุ้งโหยง
เขาแปรงฟันจนเสร็จพลางคิดว่าตัวเองคงยังไม่ตื่นดี เลยคว้าน้ำเย็นมาล้างหน้าจนรู้สึกสดชื่นขึ้นมาก แต่ทว่าทันทีที่เดินกลับมา เขาก็ต้องตะลึงเมื่อเห็นสมุดสีแดงเล่มหนึ่งและกุญแจหนึ่งพวงวางเด่นอยู่บนแล็ปท็อป ซึ่งก่อนหน้านี้มันไม่มีอยู่ตรงนั้นแน่นอน
“โฉนดที่ดิน?”
กุญแจพวกนั้นไม่ใช่ของเขาแน่ๆ เมื่อยืนยันความจริงข้อนี้ได้ หลินฮ่าวก็หยิบสมุดสีแดงขึ้นมาดู ก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นตัวอักษรบนหน้าปก
“ถนนหลินไห่ เลขที่ 83 ผู้ถือกรรมสิทธิ์... หลิน...”
เมื่อเปิดโฉนดดู หลินฮ่าวที่ยังมึนงงอยู่เล็กน้อยถึงกับตัวแข็งทื่อ เมื่อเห็นชื่อของตัวเองปรากฏอยู่บนเอกสารสิทธิ์นั้น
ไม่จริงน่า! เขาคงกำลังหลอนไปเองแน่ๆ!
ทว่าในขณะที่เขากำลังคิดเช่นนั้น ฉากที่น่าขนลุกก็เกิดขึ้น ภาพตรงหน้าบิดเบี้ยวไปและแทนที่ด้วยหน้าต่างแสงกึ่งโปร่งใส
[ โฮสต์: หลินฮ่าว ]
[ อายุ: 24 ปี ]
[ เช็คอิน: เช็คอินวันนี้แล้ว (เหลือเวลาอีก 16 ชั่วโมง 9 นาที 37 วินาที ถึงจะเช็คอินครั้งต่อไปได้) ]
[ ทักษะ: ไม่มี ]
[ ภารกิจ: ไม่มี ]
[ ไอเทม: ไม่มี ]
.........
มองดูภาพตรงหน้า หลินฮ่าวถึงกับยืนนิ่งงันไปสนิท
ระบบงั้นหรือ? เวลาผ่านไปเนิ่นนานกว่าเขาจะดึงสติกลับมาได้
เขากลับสู่โลกความเป็นจริง มองดูโฉนดในมือที่มีชื่อตัวเองเขียนอยู่อย่างไม่อยากเชื่อ นี่มันเรื่องจริงงั้นเหรอ? เขาใช้แล็ปท็อปเครื่องเก่าสืบค้นความถูกต้องของโฉนดที่ดินใบนี้ และสิ่งที่พบยิ่งทำให้เขาตกตะลึงจนพูดไม่ออก
...
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ภายในร้านที่ตั้งอยู่ ณ ถนนหลินไห่ เลขที่ 83 หลินฮ่าวจ้องมองใบอนุญาตประกอบธุรกิจและใบอนุญาตสุขาภิบาลที่แปะอยู่บนผนัง ซึ่งระบุชื่อของเขาไว้อย่างชัดเจนจนไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกออกมาอย่างไร
ร้านเป็นของเขาไม่พอ ยังเตรียมใบอนุญาตไว้ให้เสร็จสรรพอีกต่างหาก?
เขาไม่มีเวลามามัวบ่น ในใจตอนนี้มีความคิดเดียวเท่านั้น... รวยแล้ว!
ถ้าขายร้านนี้ไป เขาจะได้เงินสักเท่าไหร่กัน? หลินฮ่าวเป็นเพียงปุถุชนคนธรรมดา เมื่อตระหนักว่าร้านนี้เป็นของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ สิ่งเดียวที่แล่นเข้ามาในหัวก็คือ ‘เงิน’ แม้ว่าราคาอสังหาริมทรัพย์ในช่วงสองปีนี้จะลดลงมาบ้าง แต่ในฐานะเมืองหลวงของมณฑลเจียงเป่ย ราคาที่อยู่อาศัยในเมืองเจียงไห่ยังคงสูงจนน่าใจหาย บางคนทำงานมาทั้งชีวิตยังซื้อที่ซุกหัวนอนในเมืองนี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ
ราคาที่ดินที่นี่เรียกได้ว่า ‘แพงระยับดั่งทองคำ’ การได้เป็นเจ้าของร้านค้าแบบนี้เป็นสิ่งที่หลินฮ่าวไม่เคยแม้แต่จะฝันถึง
แต่ตอนนี้ มันกลับหล่นลงมาใส่หัวเขาเหมือนขนมปังจากฟากฟ้า
หลินฮ่าวไม่ใช่คนเห็นแก่เงิน แต่ในฐานะคนชนชั้นล่างที่เผชิญกับทรัพย์สินมหาศาลตรงหน้า ย่อมยากที่จะไม่หวั่นไหว เพราะการมีร้านค้าแห่งนี้หมายความว่าเขาสามารถทำอะไรได้อีกมากมาย...
ไม่ว่าจะเป็นการขายร้านนี้เพื่อกลับไปซื้อบ้านที่บ้านเกิด หรือจะสร้างวิลล่าหลังเล็กๆ ให้พ่อกับแม่ที่ชนบท...