ตอน 3
บทที่ 3 บ้าเอ๊ย ฉันโดนแอบถ่าย!
แม้ว่าตอนนี้ร้านนี้จะเป็นของหลินฮ่าวแล้ว แต่ตัวเขาไม่เคยมีประสบการณ์ในด้านนี้มาก่อนเลย
อีกอย่าง ต่อให้จะมีร้านที่เปิดรอไว้อยู่แล้ว หลินเฮ่าก็ไม่ได้มีความคิดอยากจะยึดอาชีพด้านร้านอาหารเลยสักนิด ไม่ใช่ว่าเขามีอคติอะไรหรอกนะ เพียงแต่เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาถนัด และตัวเขาเองก็ไม่ได้มีความสนใจในด้านนี้ ดังนั้นจึงไม่เคยคิดพิจารณาเรื่องนี้มาก่อน
ทว่า...
เมื่อมองไปยังหญิงสาวสวยที่นั่งลงในร้านเรียบร้อยแล้ว หลินฮ่าวก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างจนใจ ในเมื่อคนเขานั่งลงแล้วแถมยังเป็นหญิงสาวที่มีมารยาทดีเสียด้วย จะให้เขาไล่แขกออกไปโต้งๆ ก็ดูจะไม่เหมาะสมนัก พอลองคิดอีกแง่ การได้ลองเป็นเจ้าของร้านอาหารเล็กๆ สักครั้ง ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดูไม่เลวเหมือนกัน
ในสวนหลังร้านมีผักสดพร้อม ส่วนในครัวก็มีเครื่องปรุงครบครัน แถมยังมีเส้นบะหมี่ด้วย ในเมื่อลูกค้าสั่งมาแล้ว หลินฮ่าวก็จำต้องกัดฟันสู้ลองทำดูสักตั้ง โชคดีที่หลินฮ่าวพอจะทำอาหารเป็นอยู่บ้าง อย่างว่าแหละ เด็กยากจนมักโตไว เขาเติบโตในชนบทมาตั้งแต่เด็ก เรื่องทำกับข้าวถือเป็นเรื่องหมูๆ เพียงแต่รสชาติอาจจะไม่ถึงขั้นเชฟภัตตาคารหรู ถ้าทำออกมาแล้วรสชาติไม่อร่อย หรือไม่ถูกปากลูกค้าคนนี้ ก็คงต้องว่ากันไปตามนั้น อย่างมากก็แค่ไม่คิดเงินค่าอาหารเสียก็สิ้นเรื่อง
เมื่อคิดได้ดังนั้น ภาระในใจของหลินฮ่าวก็เบาบางลงไปมาก เขากัดแตงกวาในมือหนึ่งคำ ก่อนจะเดินออกไปเด็ดผักในสวนหลังบ้านเพื่อนำมาทำบะหมี่ผักให้หญิงสาว
ขณะเดียวกัน
เซี่ยอวี่หลิงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ในร้าน กำลังจ้องมองแตงกวาครึ่งท่อนในมือด้วยสีหน้าลำบากใจ แม้ว่าแตงกวาชิ้นนี้หลินฮ่าวจะล้างทำความสะอาดให้แล้ว แต่เขากลับไม่ได้ปอกเปลือกออกให้ ไม่ใช่ว่าเซี่ยอวี่หลิงเรื่องมากหรอกนะ เพียงแต่ปกติเธอแทบไม่กินผักสดแบบนี้ โดยเฉพาะแบบที่ไม่ได้ปอกเปลือก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย
ที่สำคัญกว่านั้นคือ แตงกวานี้แม้จะมีแค่ครึ่งท่อน แต่ปริมาณก็ไม่น้อยเลย อย่างน้อยก็ไม่ใช่สิ่งที่กินหมดได้ในคำสองคำ เธอจึงรู้สึกลังเลเล็กน้อย แต่เซี่ยอวี่หลิงก็ไม่สามารถทิ้งมันไปได้ ตัดเรื่องการกินทิ้งกินขว้างออกไปก่อนเถอะ หากเซี่ยอวี่หลิงทำเช่นนั้นจริงๆ มันคงเป็นพฤติกรรมที่เสียมารยาทอย่างยิ่ง หลังจากลังเลอยู่ชั่วครู่ ในที่สุดเซี่ยอวี่หลิงก็ตัดสินใจกัดแตงกวาคำเล็กๆ เข้าไป
ทันทีที่แตงกวาเข้าปาก รสสัมผัสที่กรุบกรอบก็ทำให้เซี่ยอวี่หลิงประหลาดใจทันที และเมื่อน้ำแตงกวาที่เย็นฉ่ำกระจายออกระหว่างฟัน ความหวานอ่อนๆ ยิ่งทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจมากขึ้นไปอีก เพียงคำเดียว ก็เปลี่ยนความประทับใจที่เธอมีต่อแตงกวาในมือไปโดยสิ้นเชิง เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าแตงกวาที่ดูธรรมดาๆ ชิ้นนี้จะอร่อยถึงเพียงนี้ คราวนี้เซี่ยอวี่หลิงวางความกังวลทิ้งไป แล้วลิ้มรสชาติอย่างสบายใจและมีความสุข
ไม่นานนัก หลินฮ่าวที่ไปเด็ดผักกลับมาจากสวนก็เห็นเซี่ยอวี่หลิงนั่งกินแตงกวาที่เขาเพิ่งให้ไปอย่างอารมณ์ดี เขาก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว แม้แตงกวานี้เขาจะไม่ได้เป็นคนปลูกเอง แต่ตอนนี้มันก็ถือเป็นสมบัติของเขา การที่สิ่งที่ตนมีได้รับการยอมรับจากคนอื่น นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีจริงๆ หลินฮ่าวที่อารมณ์ดีเริ่มลงมือจัดการผักที่เพิ่งเด็ดมา เด็ดรากที่ยังมีดินติดอยู่ออก แล้วเปิดก๊อกน้ำล้าง ใบผักที่ยังคงความสดใหม่ยิ่งดูเขียวขจีชวนน้ำลายสอเมื่ออยู่ใต้น้ำไหล หลังจากล้างผักเสร็จ หลินฮ่าวก็ล้างต้นหอมที่แอบถอนติดมือมาด้วย หลังจากทำทุกอย่างเสร็จสิ้นและพอจะคุ้นเคยกับตำแหน่งของเครื่องครัวบ้างแล้ว หลินฮ่าวก็เริ่มลงมือทำจริงจัง
ในเวลาเดียวกัน แตงกวาในมือของเซี่ยอวี่หลิงยังเหลืออยู่เกินครึ่ง อาจเป็นเพราะเธอเป็นผู้หญิง จึงกินค่อนข้างช้า ครัวของร้านเป็นแบบเปิด ทำให้เซี่ยอวี่หลิงที่นั่งกินแตงกวาอยู่อย่างเงียบๆ สามารถมองเห็นหลินฮ่าวตอนทำบะหมี่ได้ชัดเจน เดิมทีเซี่ยอวี่หลิงก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เพราะแตงกวาที่หลินเฮ่าให้มามันอร่อยเกินไปจริงๆ ทว่า เมื่อเซี่ยอวี่หลิงเงยหน้าขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจและเหลือบไปเห็นใบหน้าด้านข้างของหลินฮ่าวขณะที่เขากำลังตั้งใจทำงาน สายตาของเธอก็หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง
เมื่อลองสังเกตหลินฮ่าวอีกครั้ง เซี่ยอวี่หลิงก็พบว่าเจ้าของร้านหน้าใหม่คนนี้ดูดีไม่เบาเหมือนกัน ก่อนหน้านี้เซี่ยอวี่หลิงไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลย เธอไม่ใช่คนประเภทที่ตัดสินคนจากภายนอก และปกติก็ไม่ค่อยไปสนใจเรื่องหน้าตาของคนอื่นเท่าไหร่นัก อีกอย่างหลินฮ่าวเองก็ไม่ได้จัดอยู่ในประเภทหล่อกระชากใจจนละสายตาไม่ได้ เขาเป็นประเภทที่หน้าตาดีแบบสบายตา และยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกดึงดูด
พูดง่ายๆ ก็คือ เขาเป็นคนที่มีบุคลิกดูอบอุ่นและสะอาดสะอ้าน ประเภทเดินตามท้องถนนแล้วไม่เป็นที่ฮือฮา แต่ก็ไม่ได้แย่จนดูไม่ได้ บางทีอาจเป็นเพราะแตงกวาครึ่งท่อนนั้น ที่ทำให้เซี่ยอวี่หลิงเกิดความรู้สึกดีต่อเขา บวกกับการที่หลินฮ่าวเรียนจบมหาวิทยาลัยมาได้ปีกว่าแล้ว ทำให้เขามีความสุขุมนุ่มลึกเพิ่มขึ้น ท่าทางที่จดจ่อกับการต้มบะหมี่โดยไม่วอกแวกนั่นแหละ ที่ดึงดูดความสนใจของเซี่ยอวี่หลิง
ในเวลานี้ หลินฮ่าวไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย แต่เพราะมีความคิดแบบนั้นเกิดขึ้น เซี่ยอวี่หลิงใบหน้าจึงแดงก่ำขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าเป็นเพราะรู้สึกผิดหรืออย่างไรในจังหวะที่หลินฮ่าวหันตัวกลับมา เซี่ยอวี่หลิงก็ก้มหน้าลงทันที แล้วก้มหน้าก้มตากัดแตงกวาในมืออย่างเงียบๆ
ครู่ต่อมา
หลินฮ่าวเดินถือชามบะหมี่ผักที่ทำเสร็จแล้วออกมา ทว่าเมื่อเห็นเขาเดินตรงมาหา เธออดรู้สึกตื่นตระหนกไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเรื่องอื่นหรอก เพียงแต่เมื่อครู่เธอแอบมองเขาตั้งหลายครั้ง พอเขาเดินมาทางนี้ เธอเลยรู้สึกเหมือน 'หัวขโมยที่ร้อนตัว' กลัวว่าความลับจะถูกจับได้ แถมยังรู้สึกอายเล็กน้อยอีกต่างหาก ยิ่งหลินฮ่าวเดินเข้ามาใกล้ เซี่ยอวี่หลิงยิ่งรู้สึกว่าหัวใจของเธอเต้นเร็วขึ้นกว่าปกติ
"ขะ...ขอบคุณค่ะ!"
ตอนที่หลินฮ่าว วางชามบะหมี่ผักไว้ตรงหน้าเธอ เซี่ยอวี่หลิงก็ก้มหน้าก้มตาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงยุงบิน
"ไม่เป็นไรครับ" หลินเฮ่าเหลือบมองเธออย่างประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร
อีกฝ่ายเป็นสาวสวยก็จริง แต่หลินฮ่าวไม่ได้คิดว่าแค่ต้มบะหมี่ให้ชามเดียว อีกฝ่ายจะตกหลุมรักเขาแรกพบเสียหน่อย เขาจึงไม่ได้คิดอะไรมาก เมื่อเห็นหลินฮ่าวเดินกลับไป เซี่ยอวี่หลิงก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก เธอตบหน้าอกตัวเองเบาๆ ก่อนที่ความสนใจทั้งหมดจะพุ่งไปที่ชามบะหมี่ผักบนโต๊ะ
อันที่จริงมันก็เป็นแค่บะหมี่ผักรสชาติพื้นๆ ทั่วไป น้ำซุปรสกลมกล่อมที่ใสสะอาด บนเส้นบะหมี่มีผักปริมาณพอเหมาะโปะอยู่ด้านบน บวกกับไข่ดาวหนึ่งฟองและต้นหอมซอยเล็กน้อย นี่คือสิ่งที่หลินฮ่าวทำได้ดีที่สุดแล้ว เมื่อพิจารณาว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง หลินฮ่าวจึงตั้งใจจัดจานมาให้ ดังนั้นในแง่หน้าตาถือว่าผ่านเกณฑ์
อาจเป็นเพราะเหตุนี้ สิ่งแรกที่เซี่ยอวี่หลิงหยิบขึ้นมาไม่ใช่ตะเกียบ แต่เป็นโทรศัพท์มือถือ ก่อนเริ่มกินเธอถ่ายรูปชามบะหมี่ผักที่แม้จะไม่หรูหราแต่ก็ดูมีความสวยงามในแบบของมันเก็บไว้ ถ่ายรูปเสร็จก็อัปโหลดลงโซเชียลอย่างมีความสุข
ทำภารกิจเสร็จสิ้น เซี่ยอวี่หลิงไม่ได้เก็บโทรศัพท์ทันที แต่ด้วยความซุกซน เธอเหลือบไปมองหลินฮ่าวที่เพิ่งเดินกลับไปที่ครัว เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้สังเกตทางนี้ เซี่ยอวี่หลิงก็ถือโทรศัพท์ไว้อย่างระมัดระวัง ทำท่าเหมือนกำลังถ่ายเซลฟี่ตัวเอง แต่เลนส์กล้องกลับเล็งไปที่หลินฮ่าวอย่างเงียบเชียบ
แชะ! เซี่ยอวี่หลิงปิดเสียงโทรศัพท์ไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่ตอนที่เธอกดปุ่มถ่ายรูป ไฟแฟลชในร้านกลับวาบขึ้นมา
วินาทีต่อมา เซี่ยอวี่หลิงก็ตัวแข็งทื่อ ไม่ใช่แค่เซี่ยอวี่หลิง ในเวลานี้หลินฮ่าวที่กำลังจะเก็บกวาดครัว เมื่อเห็นเซี่ยอวี่หลิงที่ถือโทรศัพท์เล็งมาทางเขาด้วยสีหน้าไปไม่เป็น เขาก็อึ้งค้างไปเช่นกัน...
บ้าเอ๊ย ฉันโดนแอบถ่ายงั้นเหรอ?